IE11.INFO แหล่งชุมชนคนไอที
มิถุนายน 24, 2017, 12:21:01 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขเด่นของพิภพ  (อ่าน 51 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lovehibs
เด็กอนุบาล
*

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มีนาคม 12, 2015, 10:53:44 PM »

Permalink: การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขเด่นของพิภพ
การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขยิ่งใหญ่ของโลก
   การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขเด่นของโลกจากรายงานขององค์การอนามัยโลกปี2555 คาดว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก35ล้านคน
   ในประเทศไทยตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศเมื่อปี 2527 มีการกล่าวผู้ติดเชื้อเอชไอวีเกือบ 6 แสนคน แต่ในความเป็นจริงคาดว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมประมาณ 1 ล้านคน และจบชีวิตแล้ว 3 หมื่นราย
   รศ.พญ. ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี องค์การโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหมือนกับหนองในและซิฟิลิส การรับเชื้อเอชไอวีมาจากทางอื่นได้คือ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในผู้ที่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด รวมถึงการสักและจากมารดาสู่ทารก โดยเฉพาะในกรณีที่มารดาติดเชื้อเอชไอวีที่ไม่รับการบำบัด หลังจากได้รับเชื้อในช่วงแรกแล้วผู้ติดเชื้ออาจจะไม่มีอาการใดๆ เลยก็ได้
   ผู้ติดเชื้อครึ่งหนึ่งอาจมีอาการเหมือนไข้หวัดเช่น ไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอและต่อมน้ำเหลืองโต หลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นเองแม้ไม่ได้รับการรักษาและจะเข้าสู่ระยะติดเชื้อที่ไม่มีอาการ แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการแบ่งตัวตลอดเวลาและทำให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่องโดยการทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดซีดีสี่ ซึ่งมีหน้าที่ต่อกรกับเชื้อโรคลดต่ำลงไปเรื่อย ๆ
   หลังจากตรงนั้นผู้ติดเชื้อก็จะเข้าสู่ช่วงมีอาการเช่น น้ำหนักลด มีฝ้าขาวในปาก ท้องเสียเรื้อรังหรือมีตุ่มคันขึ้นตามแขนขา และระยะสุดท้ายคือ ระยะเอดส์ ซึ่งเป็นระยะที่เม็ดเลือดขาวซีดีสี่ต่ำน้อยกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม. และหรือมีโรคติดเชื้อฉวยโอกาสเข้าแทรกเช่น วัณโรคหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา เป็นต้น
   ซึ่ง 2 ระยะหลังนี้มักเป็นระยะที่ทำให้มาพบแพทย์และได้รับการลงความเห็นว่ามีการติดเชื้อเอชไอวี โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อจนกระทั่งเข้าสู่ระยะเอดส์หรือเสียชีวิตถ้าไม่ได้รับการรักษาอยู่ที่ประมาณ 7-10 ปี ผู้ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่ในประเทศไทยยังได้รับการวินิจฉัยช้าเนื่องจากไม่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวีและไม่ตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่เนิ่นๆ
   การวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีสามารถทำได้โดยการเจาะเลือดตรวจว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ซึ่งวิธีการตรวจเลือดในปัจจุบัน สามารถตรวจพบได้หลังการติดเชื้อประมาณ 10 วันเนื่องจากร่างกายใช้เวลาในการสร้างภูมิต้านทานหลังจากที่มีการติดเชื้อแล้ว ในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อเฉียบพลันหรือต้องการที่จะวินิจฉัยเร็วภายในสัปดาห์แรก ต้องอาศัยวิธีการตรวจพิเศษ
หัวใจสำคัญที่สุดของการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีคือ การรักษาด้วยยาต้านเอชไอวี โดยใช้ยาอย่างน้อย 3 ชนิดรวมกันเป็นสูตรยาที่เหมาะสมและถูกต้อง จะนำไปสู่การรักษาที่ดูแลได้คือ ไม่สามารถตรวจพบไวรัสในเลือด ทำให้มีภูมิคุ้มกันดีขึ้นหรือจำนวนเม็ดเลือดขาวซีดีสี่สูงขึ้น มีอุบัติการณ์ของโรคติดเชื้อฉวยโอกาสลดลง อัตราการเสียชีวิตลดลงและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เนื่องจากยังไม่มียาต้านเอชไอวีชนิดใดที่สามารถรักษาให้หายขาด
   ผู้ติดเชื้อเอชไอวีจึงต้องกินยาทุกวันตลอดชีวิต ในปัจจุบันได้มีการพัฒนายาชนิดใหม่ๆ ที่ทานง่าย มีผลข้างเคียงน้อย หรือเป็นแบบรวมเม็ดที่รับประทานวันละ 1 เม็ด และมีราคาถูกลงกว่าเดิมมาก รวมไปถึงมีการวิจัยยาแบบฉีดและยาที่ออกฤทธิ์ในนานทำให้อาจจะฉีดทุก 1-3 เดือน
   นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยที่จะพยายามทำให้รักษาการติดเชื้อเอชไอวีให้หายขาด ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 2 หลักการที่อาจจะเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้คือ การรักษาเร็วตั้งแต่มีการติดเชื้อใหม่ๆ เช่น ภายในอาทิตย์แรกของการติดเชื้อ แต่ปัญหาคือ ผู้ ติดเชื้อส่วนใหญ่ทราบว่าตนเองติดเชื้อเมื่อมีอาการหรือติดเชื้อมานานแล้ว และอีกหลักการหนึ่งคือ การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งทั้ง 2 หลักการนี้ยังคงต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป การรักษาวิธีอื่นๆ ยังไม่มีข้อมูลการศึกษารองรับว่าสามารถบำบัดรักษาได้เช่น วัคซีน สมุนไพรบางชนิด และการฟอกเลือด
   นอกจากการักษาด้วยยาต้านเอชไอวีแล้ว ในผู้ที่มีจำนวนซีดีสี่ต่ำน้อยกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม. จะได้รับยาเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อฉวยโอกาสบางชนิดร่วมด้วย โดยสรุป การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์สามารถป้องกันได้โดยการเลี่ยงความประพฤติเสี่ยงโอกาส และการป้องกันโดยวิธีต่างๆ ที่ขึ้นกับพฤติกรรมเสี่ยงนั้น ในปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยและพัฒนายาใหม่ๆ รวมไปถึงการวิจัยที่จะทำให้การรักษาเป็นแบบหายขาด
   อย่างไรก็ตามผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักได้รับการวินิจฉัยช้า ไม่ได้มีการตรวจเลือดคัดกรองโดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง รวมไปถึงหญิงตั้งครรภ์ ส่งผลให้ได้รับการรักษาช้า ซึ่งอาจจะทำให้มีผลการรักษาไม่ได้หรือเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนตามมา
บันทึกการเข้า




lovehibs
เด็กอนุบาล
*

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 19, 2015, 10:52:06 PM »

Permalink: Re: การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขเด่นของพิภพ
ขอดันจ้า
บันทึกการเข้า

lovehibs
เด็กอนุบาล
*

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 29, 2015, 04:44:22 PM »

Permalink: Re: การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขเด่นของพิภพ
ดันจ้า
บันทึกการเข้า

lovehibs
เด็กอนุบาล
*

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 07, 2015, 04:37:07 PM »

Permalink: Re: การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขเด่นของพิภพ
ขอดันจ้า
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

My Ping in TotalPing.com Ping your blog, website, or RSS feed for Free

เว็บมีปัญหาติดต่อ : goolikeie11[at]gmail.com

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!