IE11.INFO แหล่งชุมชนคนไอที
มิถุนายน 27, 2017, 08:55:39 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สาหร่ายแดงทะเลรักษาโรครูมาตอยด์บจริงไหม  (อ่าน 36 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
wat26asta
เด็กประถม
**

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 51


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 28, 2015, 09:44:27 PM »

Permalink: สาหร่ายแดงทะเลรักษาโรครูมาตอยด์บจริงไหม
โรคนี้เป็นโรคที่ข้อต่างๆของร่างกายเกิดการอักเสบปวดบวมขึ้นมา จัดเป็นโรคปวดข้อชนิดหนึ่งซึ่งเกิดการอักเสบขึ้นในเนื้อเยื่อที่บุอยู่ในข้อ  สาเหตุของโรคนี้ยังไม่เป็นที่ทราบกันถนัดถนี่ แต่พบว่ามีส่วนที่เกิดจากความผิดปกติของกรรมพันธุ์ ซึ่งไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้เกิดการทำงานผิดปกติเกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อของตนเองจนเกิดอาการปวดข้อ
   ข้อแตกต่างจากการปวดธรรมดาก็คือ ในโรคนี้ การอักเสบนั้นเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต่อจากนั้นหากปล่อยให้โรคดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้จัดการกับสาเหตุ เนื้อเยื่อของข้อนั้นๆจะเกิดการอักเสบและกัดกร่อน ซึ่งนำไปสู่การผิดรูปของอวัยวะ พบว่าในผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้และไม่สามารถได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะเกิดความพิการตามมาโดยที่พบได้บ่อยๆก็คือข้อนิ้วมือบิดเบี้ยวเสียจนหยิบจับอะไรไม่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่น่ากลัวเอามากๆ (สาหร่ายแดง  AstaRex)
   ปัญหาที่ทำให้โรครูมาตอยด์นี้เป็นโรคที่น่ากลัวและต้องพูดถึง (สาหร่ายแดง  AstaRex)
    ลองคิดภาพดูนะครับ ถ้าคุณเป็นหวัดคัดจมูก คุณกินยาจนไข้ลดลง ไม่มีน้ำมูก คุณก็เข้าใจได้ว่าคุณหายแล้ว  คุณเป็นไข้เลือดออก พอหมอให้นอนดูอาการสักสองวันสามวัน ไข้ลดลง อาการดีขึ้น คุณก็เข้าใจได้ว่าคุณหายแล้ว  แต่ถ้าคุณป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ การดูอาการเป็นสิ่งที่ไม่เพียงพอครับ เพราะว่าว่าอาการปวดนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโรคเท่านั้น ... ผู้ร้ายตัวจริงของโรคนั้นคือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผิดปกติไป  ซึ่งตัวตนที่แท้จริงของโรครูมาตอยด์อันเกิดจากภูมิคุ้มกันนั้นยังมีอีกหลายส่วนที่นอกเหนือจากความเจ็บปวด ดังนั้นแม้ว่าเราจะกินยาแก้ปวดจนไม่มีอาการปวดเลย แต่ถ้าไม่ได้กินยาที่เฉพาะต่อโรคจริงๆล่ะก็ ต่อให้คุณไม่ปวดข้อเลย สุดท้ายก็จะเกิดความพิการได้อยู่ดีครับ
อาการของโรครูมาตอยด์ (สาหร่ายแดง  AstaRex)
    เนื่องจากเจ้าโรคนี้เป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยาก โดยเฉพาะกรณีที่เพิ่งเริ่มเป็นได้ไม่นานจะมีความยากมากๆ ทำให้โรคนี้เป็นโรคที่มีเกณฑ์ใน การวินิจฉัยครับ  เกณฑ์ในการวินิจฉัยนี้ตั้งโดย American College of Rheumatology โดยมีลักษณะหลักๆก็คือ
   - มีอาการปวดมากในตอนเช้าแล้วค่อยๆดีขึ้นหลังจากใช้งานไปทีละน้อย  ตามที่ได้บอกไว้ว่ามันเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มาสะสมและก่อการอักเสบ ดังนั้นเมื่อนอนไปนานๆไม่ขยับข้อก็จะเกิดการสะสมของกลุ่มสารภูมิคุ้มกันได้ง่ายจนเกิดการอักเสบ ...  พอขยับมากๆก็เป็นการทำให้เลือดลมไหลเวียนและเอาสารที่ก่อการอักเสบออกไป... ต่างจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่นที่การขยับมักจะก่อการอักเสบให้มากขึ้น
 
   - มีอาการข้ออักเสบในตำแหน่งที่เข้าได้ (สาหร่ายแดง  AstaRex)
   - มีอาการข้ออักเสบในตำแหน่งที่สมมาตร (สาหร่ายแดง  AstaRex)
   ข้ออักเสบในกลุ่มรูมาตอยด์จะมีตำแหน่งที่ชอบข้อเล็กๆและข้อนิ้วบางตำแหน่งมากกว่าจุดอื่น ... และอาการข้ออักเสบนี้เป็นอาการที่แพทย์ควรจะตรวจเจอมากกว่ารับจากการบรรยาย เพราะว่าอาการที่เรียกว่าข้ออักเสบต้องประกอบไปด้วยอาการปวดบวมแดงร้อน ที่ชัดเจน ... หลายครั้งที่ผู้ป่วยเชื่อว่ามีอาการข้ออักเสบแต่พอตรวจแล้วมีอาการเจ็บๆขัดๆข้อโดยที่ข้อไม่อักเสบ อันนี้ก็ไม่นับครับ
นอกจากนี้อย่างที่กล่าวไปแล้วว่ามันเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เวลาข้ออักเสบที่ข้างหนึ่ง อีกข้างที่เหมือนกันก็ควรจะอักเสบไปด้วย
   - มีก้อนขึ้นในตำแหน่งและลักษณะที่เข้าได้กับโรค  รูมาตอยด์จะมีก้อนที่เรียกว่า Rheumatoid nodule อันนี้ก็ต้องให้แพทย์เป็นคนพิจารณา ซึ่งผู้ที่เป็นอาจจะลองสังเกตดูว่าหลังจากเริ่มมีอาการปวดแล้วเกิดไปมีก้อนขึ้นที่ไหนหรือเปล่า
   - มีภาพถ่ายรังสี(เอกซ์เรย์)ที่บ่งบอกถึงกระดูกที่ถูกทำลาย  เวลาเป็นมากๆจะมีลักษณะกระดูกถูกทำลายที่จำเพาะซึ่งแพทย์จะเอาไปแปลผลครับว่าความผิดปกตินั้นเกิดจากรูมาตอยด์หรือเกิดจากโรคอื่นๆ
   - ตรวจเลือดพบRheumatoid factor  ค่านี้เป็นค่าของสารที่พบได้บ่อยในผู้ที่เป็นรูมาตอยด์ครับ ... ข้อเด่นของมันคือมันเป็นการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลก็มีสองอย่างคือเจอกับไม่เจอ ... แต่ข้อผิดพลาดของมันก็มีหลายข้อไม่ว่าจะเป็นเรื่องการที่สารตัวนี้ยังพบได้ในโรคอื่นๆ รวมไปถึงคนที่เป็นโรคข้อรูมาตอยด์จริงๆก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเจาะเจอสารตัวนี้ก็ได้ครับ  ทั้งนี้ อย่างน้อยจะต้องเจออาการต่างๆ สี่อย่าง จึงจะมั่นใจได้ว่าจะให้การรักษาแบบโรครูมาตอยด์จริงๆ 
   มีผู้ป่วยไม่น้อยที่ตรวจกับแพทย์ที่หนึ่งไม่เจอ ... แต่พอกลับบ้านเอายาไปกินพักนึง คนที่บ้านดูบอกว่าเป็น มาตรวจใหม่ดันเป็นจริงๆ หรือบางรายไปตรวจแล้วแพทย์คนแรกบอกว่าเป็นแน่ๆ ... พอรักษาไปสักพักไม่แน่ใจเปลี่ยนที่ตรวจ แพทย์คนที่สองก็บอกว่าไม่เป็น  นั่นเป็นเพราะว่าการที่แพทย์คนนึงจะบอกได้ว่าเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ต้องมีลักษณะ4อย่างครับ แล้วที่น่าปวดหัวคือไม่ใช่ทุกครั้งที่จะครบทั้งสี่อย่าง โดยเฉพาะครั้งแรกๆที่เริ่มมีอาการมักจะมีอาการแค่หนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้นซึ่งต้องไประวังโรคอื่นมากกว่า 
    การรักษาโรครูมาตอยด์ (สาหร่ายแดง  AstaRex)
   1. การรักษาแก้อาการปวดและอักเสบ (สาหร่ายแดง  AstaRex)
    2. การรักษาป้องกันไม่ให้ข้อเสื่อมสลายจนพิการ (สาหร่ายแดง  AstaRex)
   ยาในกลุ่มแรกนั้นแพทย์จะให้อยู่แล้วครับเพราะว่าอย่างไรเสียมาด้วยปวดก็ต้องจัดการให้หายปวด ... ต่อให้ยังไม่มั่นใจ(แค่สงสัย)ว่าเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ก็ให้ยาพวกนี้ไปก่อนได้ เพราะถ้าเป็นรูมาตอยด์จริงๆพอหมดยาพวกแรกแล้วก็จะกลับมาปวดใหม่อยู่ดี ... ซึ่งระหว่างที่กลับมาปวดซ้ำ แพทย์ก็จะค่อยๆค้นหาโรคว่าตกลงแล้วเป็นปวดข้อจากอะไรกันแน่
   ยากลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า "ดีมาร์ท" DMARDs เป็นยาหลักที่จะต้องให้ในคนที่เป็นรูมาตอยด์(ถ้าให้ได้) เนื่องจากการให้ยากลุ่มแรกพวกแก้ปวดอักเสบ ต่อให้ให้ยาจนไม่ปวดเลยก็จะยังมีความพิการอยู่ดี การให้ยาในกลุ่ม DMARDsนี้จะช่วยทำให้โอกาสพิการลดลงได้ครับ
   บางคนที่ถามว่าแล้วให้ยาไปเลยไม่ได้หรือ "กันไว้ดีกว่าแก้" ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ครับ  เพราะเจ้ายาในกลุ่ม DMARDs นี้เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มที่มีพิษต่อเซลล์สูง คล้ายๆกับพวกเคมีบำบัดหรือการให้คีโมในผู้ป่วยมะเร็ง การให้ไปจะมีผลข้างเคียงได้สูง ซึ่งแพทย์ที่จะให้ก็ต้องชั่งน้ำหนักเอาว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้  จากนั้นเมื่อแพทย์ชั่งน้ำหนักแล้วว่าเหมาะที่จะใช้ ผู้ป่วยเองก็ต้องร่วมตัดสินใจด้วยว่าจะเลือกเอาอะไรระหว่างเสี่ยงจากผลข้างเคียงของยา กับ เสี่ยงจากผลของโรค
   แล้วถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรต่อ  สิ่งที่ทำได้ก่อนจะทำการวินิจฉัยโรคนี้มีดังต่อจากนี้ไปครับ 
   1. อย่าเปลี่ยนหมอหรือโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะว่าส่วนมากแล้วอาการของโรครูมาตอยด์จะไม่ได้มาครั้งเดียวครบหมด แต่มักจะค่อยๆโผล่มาทีละอย่างสองอย่าง ... ผลเลือดบางครั้งเจาะแล้วอาจจะเจอหรือมีผลอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นแล้ว สมมติเปลี่ยนที่รักษาบ่อยๆ ก็เท่ากับว่าต้องไปเริ่มใหม่ครับ โอกาสที่จะวินิจฉัยได้ถูกต้องก็จะน้อยลงไป  หากอยากจะเปลี่ยนที่รักษาก็ขอให้แพทย์ที่รักษาเขียนรายละเอียดที่สำคัญลงไป (เอาแค่ที่สำคัญก็พอครับ อย่าเอาไปทั้งหมดเลย งงเปล่าๆ)
   2. อย่าซื้อยาชุดยาลูกกลอนมากิน  จากงานวิจัยหลายชิ้นยาชุดยาลูกกลอนมากกว่า50-90%ในท้องตลาดผสมสเตียรอยด์ ... ซึ่งเจ้าสเตียรอยด์นี้จะลดอาการปวดอักเสบได้ดีรวมทั้งกดอาการของโรคข้อรูมาตอยด์ จึงทำให้การวินิจฉัยล่าช้า (บางรายงานยังพบว่าผลเจาะเลือดจะผิดปกติไปทำให้ตรวจไม่เจอลักษณะของรูมาตอยด์)  ที่สำคัญ คนที่ได้สเตียรอยด์อย่างเดียว แม้หายปวดแต่ก็จะมีผลแทรกซ้อนมากมายร่วมกับมีความพิการตามมาได้ตอนหลัง
   3. สังเกตอาการ มีอะไรแปลกๆบอกหมอทันที  เพราะบางครั้งคุณอาจจะยังมีอาการไม่ครบในช่วงแรก แต่ถ้าเวลาผ่านๆไปแล้วเกิดอาการมันครบถ้วนขึ้นมาในต่อมา การไปให้แพทย์ยืนยันก่อนเริ่มการรักษา  อีกสาเหตุก็เนื่องมาจากที่น่ากลัวของโรคนี้ยังมีอีกครับ คือ บางครั้งอาการเหมือนๆรูมาตอยด์ แต่ปรากฎว่าเป็นโรคอื่น เช่น เกาท์ ข้อติดเชื้อ หรือโรคทางระบบภูมิคุ้มกันเช่น SLE ดังนั้นถ้ามันมีลักษณะแปลกๆไปก็ควรบอกแพทย์ครับ
 
   4. ไปตามนัดเรื่อยๆคงเส้นคงวา  การตรวจและการรักษาโรคกลุ่มข้ออักเสบไม่ว่าจะเป็นรูมาตอยด์หรือไม่ก็ตาม การไปตามนัดเป็นสิ่งสำคัญครับ เพราะว่าการรักษาและการตรวจจะมีขั้นตอนค่อยๆเป็นค่อยๆไป
 ผลิตภัณฑ์แนะนำ
ทรานเฟอร์ แฟกเตอร์ ไตร-แฟกเตอร์(ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานเป็นปกติ +แก้โรครูมาตอยด์)
สาหร่ายแดง AstaRex บำรุงกล้ามเนื้อ บำรุงเซลล์ (สาหร่ายแดง  AstaRex) บำรุงฝังลึกถึงชั้นผนังเซลล์ 
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

My Ping in TotalPing.com Ping your blog, website, or RSS feed for Free

เว็บมีปัญหาติดต่อ : goolikeie11[at]gmail.com

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!