IE11.INFO แหล่งชุมชนคนไอที
มกราคม 17, 2017, 09:43:00 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความเนื่องของ ชุดแฟชั่น, ชุดแฟนซี และ ชุดคอสเพลย์  (อ่าน 23 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nmmm1495
เด็กอนุบาล
*

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 1


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 12:27:43 PM »

Permalink: ความเนื่องของ ชุดแฟชั่น, ชุดแฟนซี และ ชุดคอสเพลย์
คุณเคยหวาดระแวง
หรือไม่ว่าชุดแฟนซีมีที่มาที่ไปอย่างไร ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการคำเฉลยและแล้วผมก็ลองค้นหาคำตอบในอินเทอร์เน็ต ก็ไปพบเรียงความที่น่าสนใจบทหนึ่งที่ได้หยิบยกความแตกต่างความเหมือนของชุดแฟชั่น ชุดแฟนซี และชุดคอสเพลย์ได้ดีน่าติดตาม ผมจึงขออนุญาต
นำบทความดังกล่าวมาเผยแพร่ให้ท่านๆ ได้ลองอ่านดูแล้วคิดตามไปด้วยกันว่าบทความของเค้านั้นช่างเปรียบเทียบได้อย่างลงตัวเข้าใจง่าย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ตรงประเด็นเต็ม 100% ที่ผมอยากรู้แต่ก็ทำให้ผมได้รับความรู้อีกมุมหนึ่งในเรื่องเดียวกันนี้เอง ลองอ่านดูนะครับ
เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วกัน(อย่างน้อยก็ในสังคมคอสเพลย์ละ) ว่านิยามของคอสเพลย์ที่เป็นที่ยอมรับกันมากที่สุดนั่นคือ “การแต่งกายเลียนแบบ” ไม่ว่าจะเป็น การ์ตูน เกม ภาพยนต์ นิยาย ฯลฯ โดยเป็นการแต่งกายเลียนแบบด้วยใจที่รัก ที่ชอบในเรื่องนั้นๆ ในตัวละครนั้นๆ นั่นเอง
แต่สำหรับคนทั่วๆไป หรือ ผู้ที่ไม่ได้เข้าใจแจ่มแจ้งความหมายของคอสเพลย์นั้นก็ไม่ผิดและแปลกอะไรถ้าหากเค้าจะมองเห็นเป็นเพียงกลุ่มเด็กๆที่แต่งกายแปลกๆ สีสันฉูดฉาด ไม่ได้ต่างอะไรกับชุดแฟนซีทั่วๆไป วันนี้ เลยอยากจะลองวิเคราะห์ไปยังศัพท์ทั้ง 3 คำที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างแยกไม่ขาด
นั่นคือ แฟชั่น แฟนซี และคอสเพลย์
— ชุดแฟชั่น [Fashion] —
คำว่าแฟชั่นนั้น เมื่อแสวงในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถาน แปลเป็นไทยว่า “สมัยนิยม, แบบหรือวิธีการที่นิยมกันทั่วไปในชั่วระยะเวลาหนึ่ง” ให้เห็นภาพอย่างง่ายๆก็คงเป็นเรื่องของการเปรียบเทียบคือ ณ สมัยหนึ่งการที่ผู้หญิงใส่กางเกงนั้นเป็นเรื่องที่แปลก เพราะอะไร? เพราะสมัยนั้น 
ด้วยค่านิยมต่างๆ จะมองว่า ผู้หญิงต้องใส่กระโปรงเท่านั้น กางเกงเป็นของผู้ชาย แต่สำหรับช่วงปัจจุบันการที่เราได้เห็นผู้หญิงใส่กางเกงนั้น เป็นสิ่งที่ปกติทั่วไป ด้วยค่านิยมใหม่ในสังคมที่มองว่า การใส่กางเกงของผู้หญิงไม่ได้แปลว่าไม่เป็นกุลสตรี เพราะฉะนั้น ชุดแฟชั่นนั้น น่าจะแปลคร่าวๆ
ได้ใจความว่า “ชุดที่ใส่โดยที่เป็นสมัยนิยม” ค่านิยมนั้นก็ตัดสินมาจากว่าในสมัยนั้นๆ มองว่า ชุดแบบไหนสวย แบบไหนเก๋ แบบไหนนำสมัย และแบบไหนเหมาะกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน แยกย่อยไปตามแต่ละท้องที่วัฒนธรรมไป เช่น ในขณะที่วัฒนธรรมส่วนใหญ่บนโลกนั้นกระโปรง
จะเป็นชุดแต่งกายของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายจะไม่ใส่กัน หากผู้ชายใส่ก็จะกลายเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด
มากๆในสังคมทั่วๆไป แต่ที่สก๊อตแลนด์ กลับกลายเป็นว่ามีวัฒนธรรมการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์คือ ผู้ชายจะใส่กระโปรงที่เรียกว่า คิลท์ (Kilt)
ตัวแฟชั่นนั้นพัฒนาผ่านสมัยนิยมมาหลายร้อยปี หลายพันวัฒนธรรม จนทำให้สมรรถ
แยกหมวดหมู่แฟชั่นตามรูปแบบที่แปลก
กัน นั่นคือ “สไตล์” นั่นเอง
เราจะเคยได้ยิน เช่น
– แฟชั่นสไตล์ตะวันตกทั่วๆไป
– แฟชั้นสไตล์โกธิค โลลิต้า
– แฟชั่นสไตล์พังค์
– แฟชั่น Hip-Hop, Street Wear, Britpop
– แฟชั่น Indie, Emo, Hipster
ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละสไตล์นั้น ก็ล้วนปรับปรุง
แยกย่อยสร้างเอกลักษณ์เป็นแนวทางของตัวเองไป จะเห็นได้ว่าคำว่าแฟชั่นนั้น ครอบคลุมเกือบจะทุกๆสิ่งในเรื่องของการแต่งกายในรูปแบบต่างๆ (จริงๆแล้วรวมไปถึงเรื่องของทรงผม เครื่องประดับ ฯลฯ) หากเปรียบแฟชั่นเหมือนวงกลมวงใหญ่
วงหนึ่ง ก็จะมีหมวดหมู่สไตล์แฟชั่นอีกมากมายที่พัฒนาแนวทางของตนเอง บ้างก็วางทับกันกันอยู่ในคำว่าแฟชั่นนั่นเอง
แล้วแฟนซีคืออะไร?
— ชุดแฟนซี [Fancy] —
Fancy ตามศัพท์พจนานุกรม แปลว่า ไม่สาธารณ์
, จินตนาการ เพราะฉะนั้น หากสรุปนิยามอย่างง่ายๆก็จะเป็นว่า การแต่งกายชุดแฟนซีนั้น หมายถึง การแต่งกายที่ไม่ธรรมดาหรือแต่งกายด้วยจินตนาการ คำว่าไม่ธรรมดานั้น ก็คือ ไม่ธรรมดาจากเวลานิยมนั่นเอง ปกติเราคงไม่ใส่ชุดฟาโรห์เดินทาง
ไปทำงานปกติเราคงไม่ใส่ชุดทหารโรมันไปเที่ยวพักผ่อนและเราคงไม่ค่อยได้เห็นผู้คนใส่ชุดปีศาจ เดินไปเที่ยวตามห้าง โดยปกติแล้ว การใส่ชุดแฟนซีนั้นมักจะนิยมใส่กันไปปาร์ตี้ หรือ Fancy Party โดยแต่ละงานอาจจะมีธีมคร่าวๆแตกต่างกันไป บางทีอาจจะไปในเชิงว่าตามจินตนาการแล้วแต่
ในขณะที่บางครั้งก็มีธีมงานอย่างฮาโลวีน ที่คนก็นิยมแต่งผีกัน แฟนซีนั้นมีเรื่องของ “จินตนาการ” “คิดขึ้นมาเอง” สูงมาก เช่นแต่งชุดแฟนซีผี บางคนก็อาจจะออกแบบเป็นใส่เขาบนหัว ติดหางสีแดง ใส่ชุดสีเขียว สายสะพายเขียนว่า Devil ฯลฯ ตามแต่ละคนอยากจะให้ออกมาเป็นอย่างไร
จะเห็นได้ว่าจะไม่มีแม่พิมพ์ที่ตายตัวมากนัก หากแต่จะมีในเรื่องของคอนเสปคร่าวๆเสียมากกว่า แต่บางครั้งเราก็เห็นชุดแฟนซีที่เป็นตัวละครนะ เช่น ขุดแฟนซีแบทแมน ชุดแฟนซีซุปเปอร์แมน ก็อาจจะกล่าวได่ว่า นั่นเป็นการแต่งชุดแฟนซีที่เริ่มพัฒนา มีคอนเสปการแต่งกายเลียนแบบตัวละครมากขึ้น
หรือกล่าวได้ว่า เริ่มพัฒนากลายเป็นคอสเพลย์นั่นเอง ชุดแฟนซีนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นรูปแบบหนึ่ง แต่อาจจะมีความแตกออกมาจาก “สมัยนิยม” มีความไม่เป็นประจำ
และจินตนาการ นอกกรอบสมัยนิยม
จนมาถึงคำว่า “คอสเพลย์”
— ชุดคอสเพลย์ [Cosplay, Cos’Play] —
บางครั้ง เราอาจจะคิดง่ายๆว่า ถ้า Cosplay เป็นหมวดแยกย่อยออกมาจาก Fancy ละถ้าจะบอกว่า Cosplay ก็คือ การแต่งกายแฟนซีรูปแบบหนึ่ง “แต่มีการชี้เฉพาะ
ว่าจะแต่งตัวเป็นตัวละครไหน ตัวอะไร จากเรื่องใดๆ เป็นหลัก” อาจจะมองพอได้อยู่เหมือนกัน Cosplay นั้น มาจากคำว่า Costume + Play 
หรือแปลตรงๆเลยว่า เล่นเสื้อผ้า โดยนิยามตรงๆนี้จะสังเกตได้ว่าจะมีความคล้ายคลึงกับคำว่า Fancy พอสมควร การใช้นิยาม Cosplay ในรูปแบบนี้ มักจะใช้ในเชิงเล่นเสื้อผ้า เช่น ใส่ชุดนางพยาบาล ใส่ชุดแอร์โฮสเตส โดยที่ไม่ได้มีการยังชีพ
นั้นๆโดยตรงหรือเพื่อทำหน้าที่นั้นโดยตรง ซึ่งก็ยังมีความคล้ายคลึง
กับคำว่าแฟนซีอยู่บ้าง เพียงแต่อาจจะเน้นไปที่ การใส่ชุดเล่น มากกว่า การจินตนาการให้ชุดออกมาตามนึกคิด
 จะกล่าวว่า Cosplay เป็น เล่นเสื้อผ้า Costume Play คือนิยาม ที่แปลตรงตัวความหมายจากคำศัพท์โดยตรงแต่ในเวลาที่ผ่านมา ความเป็นวัฒนธรรม Cosplay นั้นก็เพิ่มขึ้น
มาเรื่อยๆ
จากการเล่นแต่งกายที่ไม่ต่างจากแฟนซี เริ่มมีการแต่งกาย “เหมือน” ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งมากขึ้น เริ่มเหมือนเซเลอร์มูน เริ่มเหมือนหงอคง เริ่มเหมือนสไปเดอร์แมน เป็นต้น กาลเวลาพัฒนาให้ Cosplay สร้างเอกลักษณ์ที่แยกออกมาชัดเจนจากคำว่า Fancy ด้วยนิยามว่า “การแต่งกายเลียนแบบเพื่อเหมือนตัวละคร”
นั่นเองจะกล่าวว่า Cosplay เป็น การแต่งกายเลียนแบบตัวละคร คือนิยามที่พัฒนาต่อยอดมาเป็นลักษณะเฉพาะ
 และเป็นที่ยอมรับในนิยามความหมายของคอสเพลย์ อาจจะกล่าวได้ว่า นิยามของคอสเพลย์มี 2 แบบ คือ “เล่นเสื้อผ้า เล่นแต่งกาย” และ “แต่งกายเลียนแบบ”
*เพิ่มเติม
หากมองในมุมกลับกัน จะกล่าวว่า การใช้คำว่า Cosplay ด้วยความหมายนิยามแตกต่างกัน 2 ทาง ถ้าหากเราสมมุตว่า มีการแบ่งประเภทนิยาม เช่น
Cosplay ประเภท X คือ แต่งกายเลียนแบบ
Cosplay ประเภท Y คือ เล่นแต่งกาย
Cosplay ทั้งสองประเภทก็มักจะเห็นคละกันไปตามงานต่างๆ
 ปัจจุบัน เวทีการประกวดก็จะมีเป็นการประกวด Cosplay ประเภท X เป็นหลักเพราะมีการให้คะแนนความดุจ
 ในขณะที่ Cosplay Y นั้นก็จะเน้นไปที่เดินเล่น ใส่ชุดเล่น เล่นแต่งกายเดินตามงานเสียมากกว่า
*เพิ่มเติม
การคอสเพลย์นิยาม แต่งกายเลียนแบบนั้น คำว่าเลียนแบบนั้นไม่ได้จำเป็นต้องมีต้นแบบที่อลังการงานสร้าง หรือ มีชุดที่สวยงามอลังการ ประเด็นคือ การเหมือนต้นฉบับ
ยกตัวอย่าง เช่น ชุดเสื้อเชิ๊ตขาวธรรมดาๆ กางเกงสแล๊คสีดำ ซึ่งเป็นชุดปกติทั่วๆไป แต่หากเริ่มมีการเก็บรายละเอียด ทรงผม การสวมบทบาทต่างๆ จากชุดธรรมดาๆ ก็กลายเป็นการคอสเพลย์ได้ เหมือนตัวละคร อิคาริ ชินจิ นั่นเอง
นิยามของคำว่าคอสเพลย์บน Wikipedia แปลเป็นไทยได้ความคร่าวๆว่า
“Cosplay หรืออย่อสั้นๆจากคำว่า costume play เป็นรูปแบบประเภทของศิลป์การแสดงที่ร่วมด้วยการแต่งกายชุดแต่งกาย (costumes) และสื่งประดับประดา
ตกแต่งต่างๆ (accessories) เพื่อแสดงออกเจาะจงตัวละครหรือความคิดไอเดีย คอสเพลย์เยอร์บ่อย
ครั้งที่จะแสดงออกหรือสร้างวัฒนธรรมย่อยในการที่จะสวมบทบาท” โดยย่อ
แล้ว นิยามปัจจุบันสากลของคอสเพลย์นั้น จะเป็นเรื่องของการแต่งกายเจาะจงเป็นตัวละครใดตัวหนึ่งและสวมบทบาท กล่าวได้ว่าส่วนหนึ่งของ
คอสเพลย์นั้นพัฒนาต่อยอดมาจากคำว่าแฟนซี ตรงที่ มีการระบุถึงการแต่งตัวเลียนแบบตามตัวละคร รวมไปถึงการสวมบทบาทมาจนถึงจุดนี้ เริ่มจะพอเห็นถึงความแตกต่าง จุดเด่น และเอกลักษณ์หัวใจของ แฟชั่น แฟนซี และคอสเพลย์ ขึ้นหรือยังครับ
แต่ในคำว่าแฟนซีและคอสเพลย์นั้น ก็มีอีกคำหนึ่งที่เป็นเหมือนโซ่คล้องเข้าด้วยกันไว้ และอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 คำนี้พอดี นั่นคือ
“คอสเพลย์ ออริจินอล”
— คอสเพลย์ ออริจินอล [Cosplay Original] —
ต้องยอมรับก่อนว่า คำว่าคอสเพลย์ ออริจินอลนั้น ยังเป็นนิยามที่ยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่จะกล่าวได้ว่า ที่เป็นที่รู้เรื่องกันมากที่สุด คือ การแต่งคอสเพลย์จากตัวละคร หรือ อะไรสักอย่างที่เราคิดขึ้นมาเอง
ในจุดนี้ คอสเพลย์ออริจินอล มีจุดคล้ายคลึงกับแฟนซีค่อนข้างสูงมากนั่นคือ “การคิดขึ้นมาเอง” ในขณะ
ที่ความเหมือนในแง่ของคอสเพลย์นั้น ยังค่อนข้างคลุมเครือ เนื่องด้วย การบอกว่าคอสเพลย์เหมือนกับที่เราคิดขึ้นมา กับการแต่งแฟนซีด้วยชุดที่เรา
คิดขึ้นมานั้น จะเห็นได้ว่า จะปิ้ม
แยกไม่ออกว่าความหมายต่างกันอย่างไรในจุดนี้ คอสเพลย์ออริจินอลนั้นจะมีความไปคล้ายคลึงกับแฟนซีสูงกว่าคอสเพลย์ อีกข้อบ่งชี้หนึ่ง คือ การประกวดคอสเพลย์ จะเห็นได้ว่า ในทุกการประกวดคอสเพลย์นั้น
นอกจากความสวย ความสร้างสรรแล้ว “ความเหมือน” เป็นหัวใจของการประกวดทุกเวทีของการประกวดคอสเพลย์ คอสเพลย์ที่มีต้นแบบนั้น เวลาขึ้นประกวดนั้นก็จะสามารถ ให้คะแนนได้ทั้งความสวย ความสร้างสรร (เช่น การใช้วัสดุ การเลือกใช้ผ้า)
และความเหมือน (สามารถเทียบกับต้นแบบได้) ในขณะที่แฟนซี หากขึ้นประกวดคอสเพลย์ อาจจะมีปัญหาเวลาให้คะแนนความเหมือน เพราะไม่สามารถเทียบกับต้นแบบได้ว่าเหมือนกับอะไร ตัวละครใด เกณฑ์การให้คะแนนของ World Cosplay Summit 
ก็มีพูดถึงคะแนน Respect to the Original หรือจะกล่าวว่าเป็นคะแนนความเหมือนต่อต้นฉบับก็ว่าได้ หากเปรียบเทียบสองสิ่งนี้แล้ว  จะเห็นได้ว่าคอสเพลย์ออริจินอลจะมีความคล้ายกับแฟนซีมากกว่า นั่นคือเวลาขึ้นประกวดคอสเพลย์ คำถามคือ
จะสามารถให้คะแนนความเหมือนได้หรือไม่ เพราะตัวละครที่คอสเพลย์มานั้น ไม่มีต้นแบบแต่เดิม เพียงแต่คิดขึ้นมาเอง?
หากจุดศูนย์กลางของวงกลมคือหัวใจของนิยาม คอสเพลย์ออริจินอลน่าจะอยู่ตรงจุดที่วงกลมนั้นเหลื่อมซ้อนระหว่าง คอสเพลย์ และ แฟนซี แต่จะเบี่ยงไปทางไหนมากกว่า นั้นอาจจะต้องสังเกตเพิ่มเติม แต่อย่างที่ได้กล่าวข้างต้นไป
คอสเพลย์ ออริจินอลนั้นยังเป็นนิยามที่ยังไม่ชัดเจน ก็ยังมีอีกหนึ่งแนวความคิดหนึ่ง ได้นิยาม คอสเพลย์ออริจินอล ได้น่าสนใจนั่นคือ “การแต่งกายเลียนแบบตัวละครหนึ่ง โดยที่ออกแบบดัดแปลงบางส่วนคิดขึ้นมาเอง แต่ก็คงเอกลักษณ์ตัวละครไว้”
ในจุดนี้จะสังเกตเห็นว่า มีการรวมข้อเด่นของทั้งแฟนซี และ คอสเพลย์ชัดเจน นั่นคือ “ความเหมือน” และ “ดัดแปลงออกแบบเอง” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดหากให้เห็นภาพ ก็คงต้องเป็นตัวละคร “โดราเอมอน”
ตัวละคร โดราเอมอน
แน่นอนว่า การจะแต่งตัวเลียนแบบ โดราเอมอนนั้น จะต้องทำหัวกลมๆ ตัวกลมๆ มือกลมๆ ขาสั้นๆ ตามตัวละคร บางครั้ง ก็มีการทำชุดออกมาให้เหมือนต้นแบบจริงๆจังๆไปเลย แต่ในบางครั้ง บางคนก็เลือกที่จะดัดแปลงชุดบางส่วน
และหยิบเอกลักษณ์บางส่วนมาผสมผสานกันโดยที่เมือออกมาแล้ว จะไม่เหมือนต้นเค้า
 100% แต่ก็สามารถดูแล้วรู้ได้ว่า กำลังคอสเพลย์โดราเอมอนนั่นเอง คอสเพลย์โดราเอมอน จะเห็นว่าจะมีเอกลักษณ์ของโดราเอมอนอยู่ 
และมีส่วนที่แต่ละคนออกแบบเจียระไน
เป็นเอกลักษณ์ของตนเองในตรงจุดนี้ คำว่า คอสเพลย์ออริจินอล ดูจะใกล้เคียงกับความหมายของคำมากกว่า ทว่าการแต่งกายแบบนี้ ที่ไม่นิยมเรียกว่า คอสเพลย์ออริจินอลนั้น เพราะส่วนหนึ่ง
ก็ถือว่า เป็นการคอสเพลย์โดยตรงไปเลย ไม่ได้ใช้คำแยกย่อยออกมานั่นเอง จริงๆแล้วโลกของแฟชั่น แฟนซี คอสเพลย์นั้น เป็นอะไรที่สัมผัสได้ง่าย แต่อธิบายให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจนได้ยาก ยากที่จะสรุปนิยามให้แน่ชัด แต่จริงๆแล้ว
ในทุกศัพท์นั้นล้วนเกี่ยวข้องไม่ทางใดทางหนึ่งอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนกับศิลปิน อย่าง Lady Gaga ที่ชุดแต่งกายของเธอนั้นเป็นแฟชั่นที่ไม่ธรรมดา จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นแฟนซี และก็มีเหล่าแฟนเพลง ที่อยากจะแต่งกาย
ให้ชุดออกมาคล้ายๆกลายเป็นสไตล์ Lady Gaga แต่บางครั้งก็เป็นยิ่งกว่าเพียงชุดที่เหมือน มีการใส่บุคลิกและท่าที
 จนกลายเป็น Cosplay Lady Gaga แต่จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะแฟชั่น แฟนซี คอสเพลย์ รวมไปถึงคอสเพลย์ ออริจินอล
ก็ล้วนแต่เป็นการแบ่งประเภทเพื่อให้มีความชัดเจนในการแต่งกายแต่ละแบบ ไม่ว่าแต่ละคนจะชอบแบบไหน จะแฟชั่น จะแฟนซี หรือจะคอสเพลย์ ไม่ก็คิดมาเองแบบออริจินอล ขอให้มีความสุข สนุกที่จะทำก็มากเพียงพอแล้ว 
นี่แหละคือโลกแห่งแฟชั่น แฟนซี และคอสเพลย์ เราอาจจะเห็นชุดคอสเพลย์ในงานแฟนซี หรือ อาจจะเห็นชุดแฟนซีในงานคอสเพลย์ ก็ไม่ใช่สิ่งแปลก หากเพราะ ต่างก็มีจุดสัมพันธ์กัน ต่างอย่าง ต่างเอกลักษณ์ แต่ก็มีความสัมพันธ์
ที่ต่างฝ่ายต่างงอกงาม
 เหมือนเป็นรากต้นไม้ต้นเดียวกัน ที่เพียงแตกรากแขนงออกมา ต่างพัฒนา ไปในทางของตัวเอง
ที่มาและแหล่งอ้างอิง
– Wikipedia Cosplay
– รูปประกอบจาก http;//www.squidoo.com
– รูปประกอบ Kilt http;//en.wikipedia.org/wiki/Kilt
– รูปประกอบ http;//www.onlinelive.in
– CosplayWiki คอสเพลย์ออริจินอล
ขออนุญาตและขอขอบคุณ บทความดีๆ จาก
http;//propsops.com/magazine/fashionfancycosplay
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

My Ping in TotalPing.com Ping your blog, website, or RSS feed for Free

เว็บมีปัญหาติดต่อ : goolikeie11[at]gmail.com

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!