IE11.INFO แหล่งชุมชนคนไอที
พฤษภาคม 27, 2017, 07:02:11 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เคล็ดลับที่ไม่ลับของการทำเคลือบแก้วกล้วยๆๆเราทำเองได้  (อ่าน 24 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ksumai701
เด็กอนุบาล
*

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 1


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2015, 03:16:59 PM »

Permalink: เคล็ดลับที่ไม่ลับของการทำเคลือบแก้วกล้วยๆๆเราทำเองได้
กระแสเคลือบแก้ว  กำลังมาแรงแซงโค้งการเคลือบสีรถแบบปกติทั่วไป เรามาทำความรู้จักมักคุ้นกับคำนี้กันก่อนครับ โดยเฉพาะคนที่ออกรถมาใหม่ แน่นอนคุณจะต้องเรียนรู้ และติดตามข้อมูลการเคลือบมาว่าคุณจะนำรถไปเคลือบเลยดีไหม หรือใช้ไปซักระยะก่อนเอาไปเคลือบ ส่วนรถใครที่มีอายุใช้งานแล้วอยากจะเคลือบบ้าง จะทำได้หรือไม่และต้องทำอย่างไร ทั้ง2ประเด็นกูรูขอแนะนำในที่นี้เลยว่า การเคลือบแก้วปัจจุบัน เราสามารถทำเองได้อย่างง่ายๆเพียงเลือกใช้น้ำยา ที่มีคุณภาพ และออกแบบประยุกต์ให้ใช้งานอย่างง่ายๆโดยสำหรับรถใหม่ป้ายแดง การเคลือบก็จะคล่องกว่ารถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว เนื่องจากรถใหม่ยังไม่เกิดริ้วรอยขนแมวบนผิวสีรถ ดังนั้นเราจึงไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาเก็บรอยต่างๆก่อนเคลือบ ตรงข้ามกับรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว มีความขาดไม่ได้อย่างยิ่งที่ต้องขัดสีลบรอยขนแมว และคราบสกปรกบนผิวรถให้เกลี้ยงก่อนจึงจะลงน้ำยาได้
น้ำยา เคลือบแก้ว จะมีระดับความหนาของชั้นเคลือบที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ระดับ 1-9 H น้ำยาจะมีส่วนผสมหลักคือนาโน Silica ครับ ระยะเวลาความคงอยู่ก็ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นเคลือบแก้ว และก็สูตรน้ำยาของแต่ละยี่ห้อนั้นและครับ อีกอย่างก็คือราคาก็จะแตกต่างกันไปแต่ละระดับของความหนานะครับ แต่ที่นิยมปัจจุบันคือรุ่น 7H และ9H ครับ
ทำไมเราจึงควรเคลือบแก้วสีรถ ลองมาดูผลประโยชน์ และข้อดีของการ เคลือบแก้ว กันบ้าง
ทำให้รถคุณเงางามอยู่ตลอดเวลา แต่จะไม่ใสขนาดเหมือนกระจกครับ บางครั้งความหนาของชั้นเคลือบแก้วก็ทำให้การตกกระทบของแสงน้อยไปหรือเพี้ยนไปทำให้รถดูไม่ค่อยเงาเหมือนตอนที่เคลือบใหม่ๆ
ดูแลรักษาสีรถคุณจากแสงแดดได้งดงาม เพราะชั้นของการเคลือบแก้วจะช่วยสะท้อนรังสียูวีทำให้สีรถไม่ซีดจางเร็ว  รถคุณก็จะยืดระยะเวลาของการเสื่อมคุณภาพของสีรถไปอีก สีก็จะไม่ค่อยจางเร็วนั้นแหละครับ
เช็ดฝุ่นละออง เช็ดคราบสกปรก คราบไคลน้ำ คราบมูลนก ยางมะตอย ออกได้สะดวก ถ้าเคลือบแก้วแล้วคราบต่างๆพวกนี้จะไม่เข้าไปฝังแน่นในชั้นของแล็คเกอร์รถ ทำให้หลุดออกง่ายเวลาทำความหมดจด แต่ไม่ใช่เห็นว่ารถเคลือบแก้วมาแล้วปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยล้างทำความสะอาด อันนี้ไม่ถูกต้องนะครับ คราบสกปรกสามารถฝังเข้าไปได้เหมือนกัน แต่มันใช้เวลาและยากลำบากหน่อยเท่านั้นเอง เพราะน้ำยาเคลือบแก้วไม่ได้แข็งเหมือนแก้วเหมือนกระจกนะครับ เขารุดหน้าให้มีความยืดหยุ่นของน้ำยาเคลือบด้วย ไม่อย่างนั้นเคลือบไปบนรถชั้นเคลือบก็จะแตกนะครับ
ป้องกันการเกิดรอยขนแมว รอยขีดข่วน ได้ยิ่งกว่าปกติ บางคนเข้าใจผิดว่าไปเคลือบมาแล้ว รถต้องไม่เป็นร่องรอยเวลาโดนเฉี่ยว โดนสะเก็ดหิน หรือกิ่งไม้เกี่ยว มีโอกาสเป็นรอยได้ครับ แต่ยากกว่าปกติมากหน่อยเท่านั้นเองครับ ดังนั้นหลังเคลือบแก้วแล้วจึงต้องมีการปกป้องเป็นระยะๆ ทุกๆ3-6 เดือน ด้วยการเติมน้ำยาสูตรReload  ก็จะทำการเคลือบง่ายขึ้นและถนอมงบประมาณ ประหยัดเวลาอีกด้วยครับ
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

My Ping in TotalPing.com Ping your blog, website, or RSS feed for Free

เว็บมีปัญหาติดต่อ : goolikeie11[at]gmail.com

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!