IE11.INFO แหล่งชุมชนคนไอที
กุมภาพันธ์ 28, 2017, 03:35:36 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนดีๆ ของครีมกันแดด (ที่คุณอาจยังไม่รู้)  (อ่าน 20 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lbrads888
เด็กอนุบาล
*

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2015, 09:23:42 AM »

Permalink: ตอนดีๆ ของครีมกันแดด (ที่คุณอาจยังไม่รู้)
แสงแดดไทยนี่ร้ายแรงกว่าสารเคมีหรือมลพิษอีกนะคะ 
เพราะบ้านเมืองเราไม่ว่า
จะหน้าไหนๆ ก็มีแสงแดดได้ทุกเดือนสินะ มากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันไป ทำให้ครีมกันแดด กลาย
เป็นผิวชั้นที่ 3 ของสาวๆ ไปเสียแล้ว ยิ่งสาวที่ทำการอย่างเราครีมกันแดดยิ่งเด่น 
เราอาจจะไม่ได้เจอแสงแดดโดยตรงก็จริง แต่รู้ไหมว่าแสงไฟจากหลอด
ไฟ ก็มีรังสี UV เล็ดลอดออกมาทำร้ายผิวเราได้ด้วยนะคะ ที่สำคัญใครจะทนหมกตัวอยู่ในห้องแอร์ตลอดๆ ได้ ก็ต้องมีช่วง
ที่ออกไปรับประทานอาหารบ้าง พบลูกค้าบ้าง แล้วครีมกันแดดที่คุณใช้อยู่ทุกวันนั้น มั่นอกมั่น
ใจแล้วเหรอคะว่ารู้จักกันดีพอ?
     ครีมกันแดดที่คุณใช้ สัมพันธ์กันกับคุณหรือยัง?   
      เรียกกันจนติดปากว่า”ครีม” กันแดด แต่แท้จริงแล้ว สารกันแดดที่ใช้กับผิวนั้นมีทั้งแบบ Chemical Sunscreen, 
Physical Sunscreen และแบบผสม Chemical-Physical Sunscreenและถ้าแบ่งตามเนื้อของสารก็จะมีทั้งครีม, โลชั่น, เจล, เจลครีม, ครีมโฟม, 
สูตรน้ำ ที่มีทั้งแบบผสมแอลกอฮอล์และไม่คละเคล้าอีก มากมาย
หลายชนิดเลยทีเดียวเรามาดูแต่ละอันกันดีกว่า
     1. Chemical Sunscreen 
    เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนปนกันของสารเคมี ทำหน้าที่ดูแลรักษาแสงแดด โดยการ
ดูดซับรังสีแสงอาทิตย์เข้าไว้ในผิว ซึ่งหลังจากโดนแดดสักพักสารเคมีเหล่านี้ก็
จะหมดสภาพ จึงต้องทาครีมกันแดดชนิดนี้ทุกๆ 2-3 ชั่วโมงเมื่อต้องออกแดด ใน
ครีมชนิดนี้ยิ่งเราเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเท่าไหร่ ก็จะได้รับสารเคมีจำนวนมาก
เท่านั้น จึงอาจเกิดการเคืองได้ง่าย
     2. Physical Sunscreen 
    เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีอีกนั่นแหละ (ชื่อเหมือนจะไม่มี) แต่เป็นสารเคมีตัวที่เก่งตีกลับรังสี UVA และ UVB ออกไป
จากหนัง ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะมีผลระคายต่อผิวหนัง น้อยกว่าสารในทีมแรก แต่มีข้อเสียคือ ครีมกันแดดประเภทนี้ไม่สามารถให้ SPF ที่สูงๆ ได้ และเมื่อทาบนผิวหนัง
แล้ว หน้าจะดูขาวมาก เนื่องจากสารจะเคลือบบนผิวหนังเพื่อรอ
แสงกระทบกระเทือน จึงมี
การซึมสู่ผิวน้อย
     3. Chemical-Physical Sunscreen 
     แน่แท้ว่าเมื่อทั้ง 2 ชั้วต่างก็มีทั้งจุดดีและข้อเสีย เราก็เลยจับเอาข้อดีมาเพิ่มและลดข้อเสียในแต่ละส่วน นั่นคือลดการเคืองต่อผิวหนังจากสารเคมี และลดความขาวเมื่อทาครีม และเสริมประสิทธิภาพ ในการป้องกันแสงแดดร่วมกัน เป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับการใช้งาน แต่ในสาวที่มีผิวแพ้ง่ายอาจจะ
ต้องตนใช้กันแดดในประเภทที่ 2 ต่อไปเพื่อลดการลองดูต่อการแพ้นะคะ
 เนื้อครีมกันแดดแบบไหนที่ใช่กับเรา   
    • เนื้อครีม เหมาะกับผิวธรรมดาหรือผิวแห้งค่ะ มีความมันพอประมาณแล้วแต่ว่าแบรนด์ไหนใส่สารเพิ่มความชุ่มชื้นหรือ มอยส์เจอไรเซอร์ลงไปด้วย ซึ่งก็อาจจะทำให้หน้ามันได้ แต่ก็คง
ไว้ด้วยความชุ่มชื้นเช่นกันค่ะ
    • เนื้อครีมเจล/เนื้อโลชั่น เหมาะกับสาวผิวมันเป็นที่สุด เพราะมีส่วนผสมของน้ำมากกว่าน้ำมัน ข้อดีคือเนื้อครีมไม่หนักแต่มักจะหาค่า 
SPF สูงๆ ได้ยาก ถ้ามีก็จะเหนอะหนะมาก
    • เนื้อโฟม เป็นครีมกันแดดผสมรองพื้นที่ทาเนียนไปกับหน้าเลย เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่มีเวลาแต่งหน้าเท่าไหร่ แต่ต้องใช้ระวัง
หน่อยนะคะ ทามากหน้าก็อาจลอยได้ เพราะจริงๆ แล้วคนเราก็ใช้รองพื้นคนละเฉดสี แต่ในครีมกันแดดนั้นไม่มีให้เลือกตรงกับเราแน่ๆ
    • แบบน้ำผสม /ไม่ผสมแอลกอฮอล์ อันนี้เหมาะกับที่ไม่ชอบความเหนอะหนะ โดยเฉพาะสาวที่เหงื่อเยอะและต้องออกแดดมาก สูตรน้ำจะมี SPF สูงๆ ไว้ให้เลือกนานาเนกค่ะ ส่วนสาวผิวแพ้ง่ายก็ต้องเลือกสูตรที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์นะคะ
SPF นั้นสำคัญไฉน?   
     ค่า SPF นั้น เป็นอะไรที่เราได้ยินกันมาจนชินหู รู้แต่ว่าเป็นค่ากันแดด ยิ่งมากยิ่งดี อันนี้ เป็นความเชื่อค่ะ แต่ข้อเท็จจริงนั้น SPF (Sun 
Protective Factor) ซึ่งเป็นตัวบอกว่า ปกปักรักษา UVB ได้กี่เท่า มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เราเลือกใช้ ส่วน UVA ยังไม่มีค่าหลักเกณฑ์ 
ล่าสุดนิยมใช้ PA และเครื่องหมาย + เพื่อแทนค่าการปกป้อง
ซึ่งมี 3 ระดับคือ PA+/ PA++ /PA+++ คนไทยมีผิวคล้ำซึ่งเม็ดสีสามารถป้องกัน UVB ได้บ้างแล้ว ดังนั้น SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้น
ไปก็เพียงพอค่ะ 
      ที่เอ้และเข้าใจผิดกันบ่อยๆ คือ SPF ค่าสูงป้องกันได้นานกว่า ไม่ใช่ป้องกันได้ดีกว่านะคะ เพราะความ
เป็นจริงแล้วค่า SPF (Sun Protection Factor) แสดงถึงขั้นความยาวนานของการระวัง
รักษาแสงแดดโดยไม่ทำให้ผิวร้อนแดง โดยค่าสูงสามารถปกป้องได้ยาวนานกว่าค่าต่ำ ทำให้ไม่ต้องทาครีม
บ่อยเท่านั้นเองค่ะ 
เกิดเป็นสาวประเทศไทย SPF เท่าไหร่จึงจะดี?   
       เกิดเป็นสาวไทย แต่ก็ไม่ได้จะมีผิวสีเฉดเดียวกันหมด เราจึงมีผิว 3 เฉด มาลองให้สาวๆ 
ตัดสินดูว่าควรจะเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เท่าไหร่ดี
    • ผิวขาวอมชมพู ผิวชนิดนี้สนิมสร้อยมาก เกิดผิวไหม้แดด แดงและแทนได้ไว ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ค่อนข้างสูง (SPF 30-
45)
    • ผิวขาวเหลือง ผิวชนิดนี้บางแต่ยังมีเมลานินอยู่บ้างจึงศักยทนต่อสุริยการได้บ้าง เมื่อโดนแดดจะการเกิดผิวหนังร้อนแดง
ได้ช้ากว่าผิวชนิดแรก ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF ระหว่างกลาง (SPF30)
    • ผิวคล้ำ มีเมลานินสูง ผิวสีน้ำตาลหรือสีดอกน้ำผึ้งนี้แม้จะไม่ใช่พิมพ์นิยมของชาวไทยแต่ก็มี
ประโยชน์ นะคะ เพราะหากโดนแสงตะวันเมื่อไหร่การเกิดการไหม้หรือผิวแทน
นั้นจะน้อยกว่าผิวสี อื่น ควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำ (SPF 15)
      ด้วยกลยุทธ์การเลือกใช้ครีมกันแดดง่ายๆ แค่นี้เราก็ไม่ต้องกลัวแดดเหมือนกลัวผีอีกต่อไปนะคะสาวๆ 
เพราะแดดไม่เพียงทำให้เราผิวคล้ำไม่สวยเท่านั้น แต่เป็นหนึ่งในวัตถุปัจจัยการเกิดฝ้า กระ และเนื้องอกผิวหนังอีกด้วย เห็นไหมคะว่าครีมกันแดดไม่ได้เป็นแค่ครีมที่ใช้เพื่อความน่า
รักเท่านั้น แต่ต้องใช้เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีด้วย
ที่มา ... Chicministry.com
บันทึกการเข้า



lbrads888
เด็กอนุบาล
*

พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2015, 11:10:28 AM »

Permalink: Re: ตอนดีๆ ของครีมกันแดด (ที่คุณอาจยังไม่รู้)
up up up
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

My Ping in TotalPing.com Ping your blog, website, or RSS feed for Free

เว็บมีปัญหาติดต่อ : goolikeie11[at]gmail.com

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!