IE11.INFO แหล่งชุมชนคนไอที
กันยายน 21, 2017, 01:05:32 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยางถูก – ยางแพง คัดเส้นไหน ยังไงดี? เพราะปัจจุบันนี้ ยางรถยนต์ทั้งเป็นชิ้นสวนที่สำคัญมาก ในการค  (อ่าน 49 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
WilliamOgden22


พลังน้ำใจ : 0
กระทู้: 2339


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: เมษายน 26, 2016, 02:46:47 PM »

Permalink: ยางถูก – ยางแพง คัดเส้นไหน ยังไงดี? เพราะปัจจุบันนี้ ยางรถยนต์ทั้งเป็นชิ้นสวนที่สำคัญมาก ในการค
เนื่องด้วยเจ้าของรถทุกคันบนโลกนี้ สิ่งหนึ่งที่หลายคนเกือบจะไม่อยากจะนึกถึงมันเลยก็คือ ยางรถยนต์ ทั้งๆที่มันเป็นวัสดุที่สำคัญเป็นระดับต้นๆของรถ แต่เรากลับเลือกที่จะแลดูมันเป็นลำดับสุดท้ายแทน อาจจะเป็นอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าอุปกรณ์อื่นๆ หรือไม่ก็ ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง เอาว่าถ้าเปลี่ยนตามศูนย์บริการทั่วไป กำเงินหมื่นไป อาจจะยังไม่พอ ด้วยเหตุนั้น ตัวเลือกรองๆลงมา จึงเป็นทางเลือกที่หลายๆคนมองหาแล้วความแตกต่างของราคายางล่ะ ขึ้นอยู่กับอะไร ?เวลาเลือกยางรถยนต์สักเส้น ไม่ใช่มองแค่ ยางถูก ยางแพงอย่างเดียว เราต้องรู้ด้วยว่า ที่จ่ายไปแพงน่ะ เราได้อะไรกลับมาบ้าง หรือที่คัดเลือกเอายางราคาถูกน่ะ เราจะเสียอะไร มีความเสี่ยงอะไร จากความรู้และประสบการณ์ของผม พอจะเรียงลำดับ ความน่าใช้ออกมาได้แบบนี้1.ยางใหม่เกรด A หรือว่าตามความเข้าใจคนทั่วไป ก็คือยางยี่ห้อนั่นแหละครับ ถ้ายกแค่เรื่องความปลอดภัยอันนี้ชัวร์ ออกจากศูนย์ได้อย่างมั่นอกมั่นใจ แต่ทีนี้ มันไม่จบเท่านั้นไงครับ นี่เราเลือกที่จะจ่ายเงินในลำดับสูงสุดของการเปลี่ยนยางทั้งที สิ่งที่ได้รับกลับมา มันจำต้องมากกว่านั้นสิ ช่วงเบรก ความเงียบ ความนุ่มนวล การร่อยหรอของดอกยางรถยนต์ อย่างยางรถยนต์บางเส้นใช้งานไม่กี่พันกิโลฯ ดอกยางสึกไปตั้งเยอะ อย่างไรก็ตามยางรถยนต์บางเส้นใช้งานหลายหมื่นกิโลฯ ดอกยางสึกไปหน่อยเดียว ตรงนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ ซึ่งผู้ผลิตเค้าแปะข้อปลีกย่อยมาไว้ให้เราเรียบร้อยแล้วล่ะครับ ก็แค่เราๆมักจะมองข้ามไป ลองสังเกตดูดีๆครับ ที่แก้มยางจะประกอบด้วยคำกลุ่มนี้อยู่ Treadwear, Traction, Temperature เหล่านี้ เป็นสิ่งที่จะแปะอยู่ข้างยางรถยนต์ทุกเส้น เพื่อให้เป็นตัวเลือกให้เราใช้ในการตกลงใจเลือกสรรซื้อยางรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานโดยเริ่มมาจากทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้จัดตั้งโครงการ UTQG (Uniform Tire Quality Grading) สำหรับจัดอันดับคุณภาพยางรถยนต์ โดยใช้ข้อมูลจากการใช้งานจริง ซึ่งได้มาจาก ผู้ใช้บางส่วน ช่างซ่อมรถยนต์ และผู้ขายยางรถยนต์ โดยแบ่งแยกเป็นส่วนๆได้ตามนี้ขึ้นต้นจากคำว่า TREADE WARE กันก่อนเลยละกัน ตรงจุดนี้จะหมายความว่า อันดับเปรียบเทียบทางการร่อยหรอ ของยางรถยนต์ ซึ่งค่า TRADE WARE จะส่งผลลัพธ์ต่อความ นิ่ม - แข็ง ของเนื้อยางโดยตรง เช่น ยางที่มีค่าTREADE WARE 300 จะมีการร่อยหรอ น้อยกว่า ยางที่มีค่า TREADE WARE 100 แต่ก็ต้องแลกมาด้วย ความนิ่มนวล ความยึดถนนที่แตกต่างกัน ว่ากันง่าย มันเป็นค่าวัดความแข็งแรงของตัวยางนั่นแหละครับ ยางแข็งมากก็ทนมาก แต่กระด้าง ยึดเกาะไม่ดี ยางนิ่มหน่อย ก็นุ่มนวลขึ้น ยึดเกาะถนนดีขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยอายุการใช้งานที่สั้นลง จำกันง่ายๆโดยดูที่ตัวเลขตอนหลัง TREADE WARE ตัวเลขหลัง TREADE WARE น้อย ก็คือยางนิ่ม ยึดถนนดี นิ่มนวล แต่อายุการใช้งานสั้น ตัวเลขส่วนหลัง TREADE WARE มาก คือยางแข็ง ทนทานกว่า แต่ยึดเกาะถนนได้ต่ำกว่า กระด้างกว่าหลังจากนั้นก็คือคำว่า TRACTION หรือว่าค่าประสิทธิภาพในการหยุดบนถนนในทางตรง โดยผ่านการตรวจสอบบนถนนพื้นคอนกรีต และยางมะตอย โดยอันดับ ของ Traction จะแยกประเภทคือ AA , A , B และ C ตามค่าความสามารถในทดสอบ ค่าเยี่ยมคือ AA เรียงลงไปเป็น A,B และ C น้อยที่สุด ส่วนคำว่า TEMPERATURE นั้นคือ การแสดงค่าความต้านทานของยางรถยนต์ต่อความร้อน และ ประสิทธิภาพในการกระจายความร้อน โดยการทดลองนั้นต้องทำการตรวจสอบในห้องปฏิบัติงาน การวัดเกรดนั้นก็จะแบ่งเป็น A , B , C ตามค่าความต้านทานกับการกระจายความร้อน ของยางรถยนต์ ดีที่สุดคือ A ไล่ลงไปเป็น B และ C น้อยที่สุด2.ยางของแท้ มือหนึ่ง แต่ปีผลิตเก่าสักนิด อันนี้เริ่มต้องมีความเชี่ยวชาญเข้ามาเกี่ยวข้องในการคัดซื้อล่ะ จะมามองว่ายางถูกท่าเดียวไม่ได้แล้ว คือยางพวกนี้ จะหมายความว่ายางมือหนึ่งนี่แหละ เพียงแต่อาจจะเป็นรุ่นที่ไม่นิยม วางขายไม่ออก เลยถูกเก็บในสต๊อกนาน แนวทางดูว่ายางเก่าหรือยางใหม่ ง่ายสุดหมายความว่าพิจารณาที่ตัวยางนั่นแหละครับ ทางผู้ผลิตเค้าแปะป้าย ตีตรามาให้เรียบร้อยแล้ว บนแก้มยางให้หาตัวหนังสือ *DOT* นะครับ เลขจำนวนสี่ตัวที่อยู่ส่วนหลังนั่นจะเป็นตัวแจ้งให้ทราบวันที่ผลิตยางเส้นนั้น เลขสองตัวแรกแจ้งให้ทราบว่าผลิตขึ้นมาในสัปดาห์ที่เท่าไร ส่วนเลขสองตัวหลังจะบอกปี อย่างตัวอย่างเช่น*DOT* (*1705*) นั่นคือยางเส้นนั้นผลิตในอาทิตย์ที่ 17 ของปี 2005 เอาจริงๆแล้ว ยางรถยนต์นี่ โดยทั่วๆ ไปผู้ผลิตเค้าเคลมขั้นต่ำกันไว้ที่ 3 ปีอยู่แล้วนะ นั่นคือ การนำยางไปโดนแสงแดด โดนลม บดบี้กับยางมะตอยร้อนๆนะครับ หนักๆแบบนั้นอ่ะ เค้ายังเคลมไว้สามปี แล้วนับประสากับยางที่เก็บไว้อย่างดี ไม่ได้เอาไปใช้งานล่ะ เยางถูก
บันทึกการเข้า



หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

My Ping in TotalPing.com Ping your blog, website, or RSS feed for Free

เว็บมีปัญหาติดต่อ : goolikeie11[at]gmail.com

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!